ประโยชน์ของการมาส์กหน้า

ประโยชน์ของการมาส์กหน้า

การมาส์กหน้านั้นมีมานานแต่โบราณ โดยเริ่มจากการนำส่วนผสมธรรมชาติ เช่น ผัก ผลไม้ และน้ำผึ้ง มาคลุกเคล้าให้เข้ากัน ซึ่งจะต้องใช้เวลานานและยุ่งยากสักนิดในการเตรียมส่วนประกอบให้เหมาะกับสภาพผิว การมาส์กหน้านั้นเป็นวิธีการทำทรีทเม้นต์บำรุงผิว และวิธีการทำความสะอาดผิวอย่างลึกล้ำ กว่าการล้างหน้า เพราะการมาส์กหน้าสามารถช่วยขจัดสิ่งสกปรกที่อุดตันรูขุมขนได้อย่างมีประสิทธิภาพ และยังช่วยให้ผิวได้พักผ่อน จึงสามารถเติมความชุ่มชื่นให้กับผิวหน้า เพราะผิวได้ดูดซึมสารบำรุงจากธรรมชาติได้อย่างเต็มที่ เราควรมาส์กหน้าอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ผิวพรรณเนียนนุ่ม มีชีวิตชีวา และรับสารอาหารได้เต็มที่กว่าการทาครีมบำรุงผิวเพียงอย่างเดียว หากเราหมั่นมาส์คหน้าอย่างน้อยสัปดาห์ละ 2 ครั้ง เราจะสัมผัสได้ถึงผิวที่เปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น และมีผิวหน้ากระจ่างใสเนียนนุ่ม ดูสุขภาพดี หรือที่เรียกว่าผิวเปล่งประกาย “ออร่า” นั่นเอง

 

 

การเลือกมาส์กให้เหมาะกับสภาพผิว

ผิวมัน มีสิว สิวเสี้ยน มีไขมันอุดตันในรูขุมขน

-  ควรเลือกมาส์กที่มีส่วนผสมของโคลนเบส ซึ่งจะช่วยสร้างสมดุลให้ผิวได้ดี เน้นมาส์คที่มีการผลัดเปลี่ยนเซลล์ผิวอย่างเป็นธรรมชาติ มีส่วนประกอบของ AHA หรือ BHA หรือส่วนประกอบของพืชธรรมชาติ เช่น แตงกวา ชาเขียว สารสกัดชา เกล็ดของรำข้าว และมีคุณสมบัติในการแทรกตัวเข้าไปยับยั้งการขับน้ำมันภายในเซลล์ผิว หรือ Sebum ที่คั่งค้างอยู่ตามรูขุมขน อันเป็นสาเหตุที่ก่อให้เกิดการระคายเคือง และการอักเสบ

ผิวแห้ง ขาดความชุ่มชื่น

-  ควรเลือกมาส์กที่มีสารอาหารที่ให้ความชุ่มชื่นกับผิว อาทิน้ำผึ้ง น้ำมันหรือออยล์ ว่านหางจระเข้ ใบบัวบก สาหร่าย เมือกหอยทาก เพื่อให้ชุ่มชื่นและแน่นกระชับขึ้น

ผิวบอบบางแพ้ง่าย

-  ควรเลือกมาส์กที่มีส่วนผสมของชาเขียว คาโมมายล์ ใบบัวบก วิชซ์ฮาเซล สาหร่าย

ผิวมีปัญหา ฝ้า กระ จุดด่างดำ

-  ควรเลือกมาส์กที่มุ่งเน้นให้ผิวขาวใส ลดเลือนฝ้า กระ จุดด่างดำ ซึ่งส่วนใหญ่มาส์กเหล่านี้จะมีส่วนผสมของ “วิตามินซี” เพื่อให้สีผิวที่ไม่สม่ำเสมอกลับมา เนียนเรียบ อ่อนนุ่ม เปล่งประกาย

ผิวมีริ้วรอย

-  ควรเลือกมาส์กที่เสริมการทำงานของเซลล์ผิวให้แข็งแรง หรือมาส์คที่มีส่วนผสมของคอลลาเจน หรือสารบำรุงบริสุทธิ์จำพวก เปบไทด์ต่างๆ เพราะมีคุณสมบัติในการแทรกซึมเข้าสู่เซลล์ผิวลึกได้ดี จึงจะมีประสิทธิภาพในการช่วยลดเลือนริ้วรอย ทำให้ผิวเรียบเนียน ไร้ริ้วรอยลึกและตื้น

 

 

 

 

การมาส์กหน้าก็มีหลายชนิด ต่อไปเรามาดูข้อดีของการมาร์คหน้าแต่ละชนกันค่ะ

-ชนิดแผ่น จะได้รับความนิยมมากที่สุด เพราะความสะดวกและใช้ง่าย เพียงแค่ฉีกซองแล้ววางตามรูปหน้า จะรู้สึกเย็นสดชื่นและผ่อนคลาย ช่วยคืนความชุ่มชื้นให้ผิวได้ดี เพราะเนื้อผลิตภัณฑ์บำรุงจะเป็นสูตรเข้มข้นกว่าผลิตภัณฑ์ดูแลผิวหน้าปกติ จึงช่วยฟื้นฟูผิวได้ชนิดเห็นผลรวดเร็วกว่า ถ้าให้ดีสามารถแช่เย็นก่อนนำมามาส์กได้นะคะ
- แบบพอกทิ้งไว้ แล้วล้างออกด้วยน้ำเปล่า มาส์กประเภทนี้จะมีลักษณะเป็นครีมหรือโคลนเข้มข้น ช่วยขจัดเซลล์ผิวชั้นบนที่เสื่อมสภาพและแก้ไขปัญหาตามสภาพผิว เช่น ลดเลือนริ้วรอยและจุดด่างดำ เพื่อให้ผิวกระจ่างใส

-พอกทิ้งไว้จนแห้ง แล้วลอกออก มีความเข้มข้นสูงกว่าทุกประเภท เมื่อทิ้งไว้มาส์กจะค่อยๆ เซตตัวจนสามารถลอกออกมาได้เหมือนหน้ากากมาส์กชนิดนี้เน้นการเดิมความชุ่มชื้นให้ผิวขจัดเซลล์เสื่อมสภาพและลดเลือนริ้วรอย แต่เวลาลอกออก แนะนำให้ดึงจากบริเวณหน้าผากลง เพื่อจะได้ไม่ย้อนรูขุนขน ผิวหน้าจะได้ไม่เกิดอาการระคายเคือง

         การเลือกใช้มาส์กจะให้ได้ประโยชน์จะต้องเลือกให้เหมาะสมกับสภาพผิวและความต้องการ ส่วนจะทำมาส์กได้บ่อยแค่ไหนคงขึ้นอยู่กับชนิดของมาส์ก เช่น มาส์กที่ให้ความชุ่มชื้นสามารถทำได้ทุกวัน (สำหรับผิวแห้ง ผิวมีริ้วรอย และผิวบอบบางแพ้ง่าย) ส่วนมาส์กที่ช่วยให้ผิวขาว ลดความมันอาจจะทำเพียงแค่สัปดาห์ละ1-2 ครั้ง ทราบกันแล้วว่าการมาส์กหน้ามีข้อดีเยอะแยะไปหมด สาวๆ อย่ามองข้ามขั้นตอนสำคัญนี้ไปนะคะ หาเวลาว่างมาส์กหน้าเป็นประจำ เพื่อใบหน้าของเราจะได้สวยปิ๊งๆ อยู่เสมอค่ะ


  • ls 1-01.jpg
    “ท่านั่งเปลือกหอย” ทำติดต่อกัน 5 วัน หน้าท้องลด 2 ซม. / เอวลด 2.3 ซม./ต้นขาลด 0.5 ซม. ขาช่วงล่างใหญ่ ลดได้ภายใน 5 วันด้วย "ท่านั่งเปลือกหอย" สาวๆบางคนมีช่วงบนเล็ก แต่มีช่วงล่างที่ใ...

  • mo-01.jpg
    Happy Mother's Day 2017
Visitors: 2,351